Archives กรกฎาคม 2022

ทาวน์เฮาส์แฝด

ทาวน์เฮาส์แฝด 

ทาวน์เฮาส์แฝด 

ทาวน์เฮาส์แฝด 

ทาวน์เฮาส์แฝด  ทาวน์เฮ้าส์ คือ บ้านแถวหรือตึกแถวที่มีหน้าตาและรูปแบบการออกแบบเหมือนกัน ตัวบ้านอยู่ชิดติดกันเป็นแถบตั้งแต่ 2 คูหาขึ้นไป ความสูงไม่เกิน 3 ชั้น ส่วนใหญ่แล้วมักสร้างเป็นบ้านแถว 2 ชั้น มีกำแพงกั้นระหว่างบ้านเท่านั้น ไม่ได้มีรั้วแยกอาณาเขตบ้านแต่ละหลังอย่างชัดเจน

แน่นอนว่าพื้นที่หรือบริเวณภายในตัวบ้านค่อนข้างเล็กและจำกัด พื้นที่ใช้สอยพอประมาณ เช่น 2 ห้องน้ำ 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว พื้นที่พอเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้บ้าง

ส่วนใหญ่จะมีระยะห่างระหว่างบ้านแต่ละหลังน้อย เนื่องจากไม่มีรั้วกั้น ส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างน้อยตามไปด้วย เมื่อพูดถึงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องบอกว่าทาวน์เฮ้าส์ไม่มีส่วนกลาง หรือคลับเฮ้าส์ที่ใช้ร่วมกันเหมือนโครงการบ้านจัดสรรอื่น ๆ

สำหรับสองครอบครัว พรางตาให้ดูเป็นหลังเดียวบนถนนที่อยู่ทาวน์เฮาส์อาศัยอันเงียบสงบในย่านชานเมืองของเมลเบิร์น Thornbury เป็นโครงการทาวน์เฮาส์ที่ผุดขึ้นท่ามกลางบ้านอิฐสีแดงและสีครีม เป็นอาคารใหม่ที่ใช้วัสดุ สี และรูปทรงที่เรียบง่ายแต่กลับโดดเด่นสะดุดตา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ

บ้านนี้เป็นทาวน์เฮาส์แฝดที่ไม่สังเกตดี ๆ ก็ไม่รู้ว่ามี 2 หลัง สำหรับเจ้าของบ้านนี้เป็นครอบครัวเดียวกันสองเจเนอเรชัน ครอบครัวแรกเป็นคู่สามีภรรยาสูงอายุ และอีกหนึ่งครอบครัวที่มีลูกเล็ก ทั้งสองกลุ่มร่วมมือกันจัดทำบทสรุปร่วมกันที่ตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของพวกเขา แล้วนำมาทำซ้ำแผนเดียวกันในแปลนของตัวเองได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือบ้านที่มีชิ้นส่วนแบบธรรมดาแต่สามารถปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นให้เหมาะกับการใช้งานได้

ทาวน์เฮาส์สไตล์โมเดิร์น

ทาวน์เฮาส์แฝด 

บนถนนที่อยู่ทาวน์เฮาส์อาศัยอันเงียบสงบในย่านชานเมืองของเมลเบิร์น Thornbury เป็นโครงการทาวน์เฮาส์ที่ผุดขึ้นท่ามกลางบ้านอิฐสีแดงและสีครีม เป็นอาคารใหม่ที่ใช้วัสดุ สี และรูปทรงที่เรียบง่ายแต่กลับโดดเด่นสะดุดตา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ บ้านนี้เป็นทาวน์เฮาส์แฝดที่ไม่สังเกตดี ๆ ก็ไม่รู้ว่ามี 2 หลัง

สำหรับเจ้าของบ้านนี้เป็นครอบครัวเดียวกันสองเจเนอเรชัน ครอบครัวแรกเป็นคู่สามีภรรยาสูงอายุ และอีกหนึ่งครอบครัวที่มีลูกเล็ก ทั้งสองกลุ่มร่วมมือกันจัดทำบทสรุปร่วมกันที่ตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของพวกเขา แล้วนำมาทำซ้ำแผนเดียวกันในแปลนของตัวเองได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือบ้านที่มีชิ้นส่วนแบบธรรมดาแต่สามารถปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นให้เหมาะกับการใช้งานได้

ทาวน์เฮาส์สำหรับผู้เข้าพักเป็นคู่ (Dual Occupancy) หรือบ้านแฝดที่อยู่สองครอบครัวในหลังเดียว เป็นเรื่องปกติในเขตชานเมืองชั้นในตอนเหนือของเมลเบิร์น หลายหลังขาดระเบียบทางสถาปัตยกรรมที่ชัดเจน แต่ทาวน์เฮาส์ Thornbury ของ Fowler  ต่างออกไปเพราะที่นี่นอกจากจะมีเส้นสายที่ผ่านการคิดมาแล้ว มีวัสดุที่จับต้องได้ไม่แพงอย่างเมทัลชีท ไม้ อิฐ และเพิ่มฟาซาดให้ความความเป็นส่วนตัว ภายในยังแบ่งสัดส่วนการใช้งานและมีส่วนที่ใช้งานแบบโปร่งโล่งสบายๆ

ภาพรวมของบ้านดูง่าย ๆ แต่ถ้ามองภาพใกล้ ๆ จะเห็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้บ้านมีหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น สวนโล่ง ๆ ที่ทางเข้า ปูด้วยแผ่นหินกลางพื้นทรายที่นำสายตาเข้ามาคู่กัน 2ด้าน กรอบบ้านเป็นคอนกรีตพ่นทรายหยาบๆ ที่มีส่วนลึกรองรับรูปแบบหน้าจั่วสีขาวที่คมชัดด้านบน

ที่ชั้นล่างยังมีประตูไม้สีน้ำตาลอันอบอุ่นเผยให้เห็นส่วนความลึกเข้าไป ต้นไม้ใบหญ้าที่ตกแต่งบ้านเสริมแนวสถาปัตยกรรม ส่วนองค์ประกอบของอาคารอย่างกรอบบ้านที่ยาวเป็นกรอบเดียว ผนังกระจกที่แทรกอยู่ ทำให้ยากต่อการพิจารณาในทันทีว่านี่คือบ้านหนึ่งหรือสองหลัง

ทาวน์เฮ้าส์ดีอย่างไร

แต่ละบ้านจะมีทางเข้าและบันไดแยกกันเป็นคนละคูหา ด้านหน้าที่ติดถนนหันไปทางทิศเหนือ ซึ่งให้แสงที่มีคุณภาพในช่วงเช้า สิ่งที่เป็นข้อพิจารณาหลัก คือการพยายามนำแสงทางทิศนี้มาสู่พื้นที่อยู่อาศัย นักออกแบบจึงใส่ผนังกระจกใสขนาดใหญ่ด้านล่าง หลังคาที่มีความแหลมสูงชันเหนือห้องนั่งเล่นชั้นบนก็มีจังหวะของช่องแสงทางทิศเหนือเช่นกัน สำหรับชั้นล่างมีส่วนที่เจาะพื้นที่สูงสองเท่าโปร่ง ๆ 

ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นทำให้การปฏิสัมพันธ์กันง่ายขึ้น และช่วยระบายอากาศพร้อมกระจายแสงเข้าสู่ตัวบ้าน ในจุดต่ำของหลังคาจั่วแหลมจะติดกับลานด้านหลัง ให้มุมมองที่ดูต่ำช่วยลดผลกระทบต่อภาพที่มีต่อบ้านที่อยู่ใกล้เคียงผนังสีขาว ไม้สีน้ำตาล กระจกใส เป็นสามสิ่งที่แม้จะไม่มีรายละเอียดความหรูหรา แต่เมื่อจับมาอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกว่าอิ่มครบไม่ขาดไม่เกิน

พื้นที่ใช้สอยหลักในบ้านพยายามจับแสงเหนือผ่านหน้าต่าง และช่องแสงทั้งแนวนอนและแนวตั้ง เพื่อให้แสงแดดส่องถึงโดยตรง ทำให้ได้ประโยชน์จากมวลความร้อนในช่วงหน้าหนาวด้วย ความใสของกระจกยังช่วยเปิดมุมมองให้เห็นวิว พร้อม ๆ กับสร้างความรู้สึกโปร่งเบาให้บ้านดูกว้างขึ้น มีอิสระทางสายตาและพื้นที่มากขึ้นการตกแต่งใช้วัสดุจากธรรมชาติ อาทิ ไม้ หินขัด อิฐ โทนสีอ่อนๆ มีความเป็นเอิร์ธโทน อย่างเช่น สีชานม สีเขียวหัวเป็ด เฟอร์นิเจอร์เลือกน้อยชิ้นเท่าที่จำเป็น รูปลักษณ์ดีไซน์เรขาคณิต บางชิ้นเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง มุมมมน ที่ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูผ่อนคลายสบายตา

สถาปนิกพยายามจัดฟังก์ชันเอาไว้ที่ด้านหนึ่งของบ้าน แล้วจัดให้มีที่ว่างสำหรับทำเป็นโถงบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นข้างๆ โดยใส่ช่องแสงในพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ให้บ้านมีความสว่างในระหว่างขึ้นลงบันไดและมีช่องแสง skylight ในบางจุด วิธีนี้ทำให้บ้านที่มีผนังติด ๆ กันไม่ขาดแสงธรรมชาติภายใน

ทาวน์เฮ้าส์ดีอย่างไร

นอกจากการออกแบบฟังก์ชันแล้ว สิ่งที่ซ่อนอยู่ในบ้านนี้ด้วยคือ “ความยั่งยืน” ที่เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการออกแบบ และไม่ใช่สิ่งที่นำมาใช้ในภายหลังเพื่อเป็นส่วนเสริม จากความคิดนี้ทำให้สถาปนิกรวมการดีไซน์บ้านเข้ากับการออกแบบพลังงานไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแนวแสงอาทิตย์

ตำแหน่งของมวลความร้อน ฉนวนกันร้อนกันหนาว ตำแหน่งและขนาดของประตูหน้าต่าง ระบบกักเก็บน้ำ และวัสดุ ทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบ และแต่ละส่วนเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างบ้านที่ยั่งยืนในเมืองไทยทาวน์โฮม ตามกฎหมายจะต้องมีลักษณะดังนี้ คือ หน้ากว้างอย่างต่ำ 4 เมตร มีพื้นที่ว่างด้านหน้า

ระหว่างแนวรั้วหรือแนวเขตที่ดินกับแนวผนังบ้าน กว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร มีพื้นที่ว่างด้านหลังไม่น้อยกว่า 2 เมตร หากมีทาวน์โฮมกว้าง 4 เมตร ติดกัน 10 หลัง ต้องมีระยะห่างเว้นว่าง 4 เมตร ข้อดีของทาวน์โฮมคือ อยู่ในช่วงราคาที่คนส่วนใหญ่เอื้อมถึงได้  ส่วนข้อด้อย เช่น ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า การต้องใช้รั้วและกำแพงร่วมกับเพื่อนบ้านอาจทำให้เกิดปํญหา และมักเกิดปัยหาขาดแสงภายใน จึงต้องจัดการเรื่องแสงและการระบายอากาศให้ดี

ทาวน์เฮ้าส์ดีอย่างไร

 ใครกำลังอยากซื้อที่อยู่อาศัย อาจกำลังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อบ้าน คอนโด หรือทาวน์เฮ้าส์ดี เพราะข้อแตกต่างรวมถึงข้อดีข้อเสียของที่อยู่อาศัยเหล่านี้ก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าที่อยู่อาศัยแบบไหนจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ๆ ได้มากที่สุด แต่ถ้าตอนนี้กำลังเล็งทาวน์เฮาส์ดี ๆ สักหลังอยู่ ลองมาดูข้อดีของการอยู่ทาวน์เฮ้าส์เอาไว้เสริมความมั่นใจอีกสักทีดีไหมคะ

1. มีเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือ

          การอยู่ทาวน์เฮ้าส์จะทำให้คุณมีเพื่อนบ้านใกล้เคียงแบบชิดเชื้อสุด ๆ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุหรือกรณีฉุกเฉินขึ้นมา โดยที่ไม่มีสมาชิกคนอื่นในครอบครัวอยู่บ้านเลยสักคน เพื่อนบ้านจะเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดในยามคับขันอย่างนี้ อีกทั้งเวลาที่คุณยกครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือมีเหตุต้องทิ้งบ้านเป็นเวลาหลายวัน ก็ยังมีเพื่อนบ้านคอยเป็นหูเป็นตาให้อยู่ตลอด

2. อบอุ่นและปลอดภัย

          นอกจากเราจะมีเพื่อนบ้านใกล้เคียงไว้พึ่งพาแล้ว การที่มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งอาศัยอยู่ในอาคารถัด ๆ ไปจากเรายังช่วยให้สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ทาวน์เฮ้าส์ดูคึกคัก ไม่เปลี่ยวจนน่ากลัวจะเกิดเหตุร้ายที่มักเกิดในที่ลับหูลับตาคน ซึ่งก็น่าจะหายห่วงเรื่องความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่งเหมือนกัน โดยเฉพาะหากเพื่อนบ้านรอบ ๆ ด้านมีความเป็นมิตรและเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน

3. พื้นที่ใช้สอยเหมาะสม ในราคาเอื้อมไหว

          ทาวน์เฮ้าส์จัดอยู่ในกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่สูงมาก แต่กลับมีพื้นที่ใช้สอยเหมาะกับครอบครัวเล็ก ๆ พอสมควร ทั้งห้องนอนประมาณ 2-3 ห้อง ห้องนั่งเล่น ส่วนครัว และพื้นที่หน้าบ้านเล็กน้อยให้พอจอดรถ หรือจัดสวนขนาดย่อม ซึ่งหากเทียบกับราคาบ้านเดี่ยวแล้วคงต่างกันไม่ใช่ย่อย ดังนั้นทาวน์เฮ้าส์ก็น่าจะตอบโจทย์คนที่รายได้ไม่มากนักแต่ต้องการซื้อบ้านมากกว่าคอนโดนั่นเอง

4. ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน มีสิ่งอำนวยความสะดวก

          เหตุผลหลัก ๆ ที่จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกอยู่ที่ไหนสักแห่งคงหนีไม่พ้นเรื่องทำเลแน่นอน ซึ่งทาวน์เฮ้าส์ส่วนมากก็มักจะตั้งอยู่ในแถบชุมชน มีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือบางทีอาจจะอยู่ใกล้สวนสาธารณะ ตลาดสด รวมทั้งห้างสรรพสินค้าสักแห่ง ไปไหนมาไหนสะดวกสบายไม่น้อยเลย ซึ่งถ้าในทำเลเดียวกันแต่เป็นบ้านเดี่ยวก็อาจจะราคาสูงจนสู้ไม่ไหว

5. ประหยัดค่าบำรุงรักษา ดูแลง่าย

          บ้านยิ่งใหญ่ พื้นที่ยิ่งกว้างก็ย่อมต้องดูแลรักษาสภาพแวดล้อมรวมทั้งภูมิทัศน์รอบ ๆ บ้านมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจุดนี้คงต้องใช้ค่าใช้จ่ายพอสมควรเลยนะคะ แต่หากเป็นทาวน์เฮ้าส์ นอกจากโครงสร้างอาคารแล้ว ก็มีส่วนหน้าบ้านอีกเล็กน้อยให้ดูแล ไม่เหมือนคอนโดที่มีแค่ระเบียงเล็ก ๆ และสำหรับคนที่อยากมีสวนขนาดย่อมแบบพอหอมปากหอมคอ จัดส่วนหย่อมหน้าบ้านทาวน์เฮ้าส์พอให้ชุ่มชื่นก็เก๋ดีเหมือนกัน แถมยังดูแลรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายเบากว่าบ้านเดี่ยวอีกด้วย

บ้านสไตล์ลอฟท์

บ้านสไตล์ลอฟท์

บ้านสไตล์ลอฟท์

บ้านสไตล์ลอฟท์

บ้านสไตล์ลอฟท์ Loft meet Tropical แต่งบ้านเขตร้อนให้เท่และเย็นชีวิตที่เร่งรีบในแบบคนเมืองต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าจากการทำงาน และการเดินทางที่แออัดยัดเยียด เมื่อกลับมาถึงบ้านย่อมต้องการความผ่อนคลายไปกับบ้านที่เปิดโปร่ง ๆ หายใจได้สะดวก ไม่อึดอัดกับบ้านที่ปิดล้อมด้วยผนังทึบทั้ง 4 ด้าน

ซึ่งดับเบิ้ลสเปซและความดิบเปลือยเรียบ ๆ เย็น ๆ ของคอนกรีตช่วยคุณได้ ในเนื้อหานี้ จะพาไปชมแนวความคิดในการตกแต่งบ้านที่ผสมผสานระหว่างลอฟท์สไตล์ที่เต็มไปด้วยความตรงไปตรงมาของวัสดุ และความน่าสบายของบ้านเขตร้อนชื้นที่เน้นความโปร่งสบายที่มารวมกันได้อย่างลงตัว กลับบ้านเมื่อไหร่ก็ผ่อนคลายเมื่อนั้นครับ

บ้านสไตล์ลอฟท์ เหมาะกับเขตร้อนชื้น

บ้านสไตล์ลอฟท์

Niscala Villa เป็นชื่อของโครงการบ้านพักตากอากาศขนาด 5 ห้องนอนในบาหลี อินโดนีเซีย ออกแบบสไตล์ทรอปิคอล เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อนชื้น และสภาพอากาศค่อนข้างรุนแรง โดยผสมผสานการใช้วัสดุและการดีไซน์ที่ร่วมสมัยมากขึ้นในรูปแบบลอฟท์ ซึ่งมีจุดเด่นคือ Space

ที่มีความต่อเนื่องทำให้บ้านดูโล่งกว้าง เพดานสูงและประตูหน้าต่างขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยสัจจะวัสดุโชว์ให้เห็นผิวสัมผัสและสีที่แท้จริง จึงเป็นที่มาของบ้านโถงสูงพื้นบ้านและผนังปูนขัดมันดิบ ๆ และงานไม้ แทรกด้วยงานเหล็กให้ความรู้สึกเรียบง่ายทันสมัย รอบ ๆ ตัวบ้านเต็มไปด้วยช่องเปิดขนาดใหญ่ เพื่อให้บ้านระบายอากาศร้อนและลดความชื้นภายในได้เป็นอย่างดี

เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้านภายในส่วนครัวและห้องนั่งเล่น จะเห็นรูปทรงเพดานเป็นทรงจั่วเจาะโถงสูงแบบดับเบิ้ลสเปซ (Double Space) เป็นที่ว่างจากพื้นถึงฝ้าเพดานหรือหลังคาที่มีความสูงมากกว่าระดับทั่วไปประมาณ 2 เท่า ซึ่งทำให้พื้นที่ใช้งานระหว่างชั้นล่างและชั้นบนมีความต่อเนื่องกัน

และยังช่วยต่อเชื่อมมุมมองทางสายตาให้บ้านรู้สึกโปร่งโล่งเป็นพิเศษ โถงสูงยังช่วยในเรื่องการระบายอากาศร้อนได้ดี เพราะอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงและระบายออกจากตัวบ้านได้ดี อากาศภายนอกจึงเข้ามาหมุนเวียนได้สะดวกตามไปด้วย บนผนังด้านข้างครัวบริเวณจั่วบ้านเจาะช่องแสงเป็นรูปสามเหลี่ยมช่วยให้แสงแดดสามารถส่องเข้ามาภายในอาคารได้มากขึ้นสีเทาและสัมผัสของคอนกรีตที่เรียบเย็น

ให้ความรู้สึกค่อนข้างแข็งกระด้าง หากใช้ในบริเวณกว้างอาจจะทำให้รู้สึกว่าบ้านดิบและไม่มีชีวิตชีวา การเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือตกแต่งบ้านด้วยองค์ประกอบของไม้ ต้นไม้ใบเขียวสด พรมลายกราฟฟิกขาว-ดำ งานผ้าสีเอิร์ธโทนจะช่วยลดทอนความดิบกระด้างของคอนกรีตได้เป็นอย่างดี

บ้านโถงสูง สวน ช่องเปิด สร้างความสดชื่นให้บ้าน

บ้านสไตล์ลอฟท์

พื้นที่ห้องนั่งเล่นและบันได ต่อเนื่องกันเป็นดับเบิ้ลสเปซ (Double Space) นำทางขึ้นไปสู่ชั้นลอยที่เจาะช่องเปิดให้ยังสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อดีของการเปิดพื้นที่แนวตั้งของบ้านให้เป็นโถงสูง ผนังด้านข้างบันไดใส่บานกระจกเรียงเป็นแถวเต็มพื้นที่ สามารถเปิดรับแสงและความสดชื่นจากสวนที่จัดเอาไว้เลียบทางเดินได้ตลอดเวลา บรรยากาศของบ้านจึงเต็มไปด้วยความสบายจากธรรมชาติที่สัมผัสได้ทั้งทางกาย ทางใจ และสายตา

เติมธรรมชาติเล็กๆน้อยๆ ลงไปตามจุดต่าง ๆ ของบ้าน เช่น ใส่กระถางต้นไม้ใบเขียวสดฟอร์มใบสวยที่มุมนั่งเล่น ห้องน้ำ ระเบียง เพิ่มความสดชื่นให้บ้านการตกแต่งห้องนอนใช้สีเอิร์ธโทน (earth tone) หรือกลุ่มสีเบจ ครีม น้ำตาลอ่อน ตัดด้วยสีเทาดำ หรือสีของไม้ ซึ่งเป็นสีแห่งธรรมชาติ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายตา บ้านสไตล์ทรอปิคอลจะเน้นสร้างความเชื่อมโยงระหว่างตัวบ้าน และ ธรรมชาติค่อนข้างมากไม่เว้นแม้แต่ในห้องนอน

ด้วยการมีช่องเปิดหรือช่องลมเป็นประตูหน้าต่างขนาดใหญ่ เพื่อให้อากาศในบ้านมีการถ่ายเทและรับแสงสว่างเข้าสู่ภายในได้เต็มที่ ห้องนอนทุกห้องในบ้านนี้ใช้ผนังกระจกบานใหญ่ที่ดึงทั้งแสงธรรมชาติและเปิดมุมมองให้เห็นทิวทัศน์ภายนอกไปพร้อมๆ กัน

บ้านสไตล์ลอฟท์และทรอปิคอลมีจุดร่วมบางอย่างที่สามารถนำมาประยุกต์เข้าด้วยกันแล้วเกิดความพอดีคือ เน้นสเปซว่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยความโปร่งสบายทั้งแนวนอนและแนวตั้ง บ้านลอฟท์และทรอปิคอลจึงมักจะกว้างและเพดานสูง วัสดุที่ใช้มีความเป็นธรรมชาติ  แตกต่างในรายละเอียดซึ่งลอฟท์จะดิบและให้อารมณ์เท่ ๆ แต่บรรยากาศของบ้านทรอปิคอลจะอบอุ่นมากกว่าด้วยงานไม้ หากนำข้อดีของแต่ละส่วนมาคัดสรรแล้วใส่ลงไปในบ้านให้เหมาะกับความชอบส่วนตัวและสภาพอากาศก็จะได้บ้านที่ตรงใจและตอบโจทย์ได้เต็มที่

ข้อดีของบ้านสไตล์ลอฟท์

บ้านสไตล์ลอฟท์

-เป็นงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากบ้านสไตล์ลอฟท์เป็นบ้านที่เน้นการโชว์โครงสร้างและผิวของวัสดุ ดังนั้นจึงเป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์ในแง่ของการดีไซน์
-บ้านสไตล์ลอฟท์ดูโปร่ง โล่ง น่าจะมาจากการเปลือยโครงสร้าง โชว์ผิววัสดุต่างๆ ดังนั้นจึงทำให้บ้านลอฟท์ดูโล่งมากกว่า
-จัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้สะดวก บ้านสไตล์ลอฟท์มักปล่อยพื้นที่ส่วนใหญ่ให้ดูโล่ง ดังนั้นจึงสะดวกต่อการจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอย
-ช่วยจำกัดเวลาในการก่อสร้าง เนื่องจากบ้านสไตล์นี้ไม่ค่อยซับซ้อนดังนั้นจึงใช้เวลาก่อสร้างไม่นาน

ข้อเสียของบ้านสไตล์ลอฟท์

-การดูแลรักษา เนื่องจากผนังทำจากวัสดุที่เป็นแบบปูนขัดมัน เมื่อผ่านการใช้งานไปนานๆ เราอาจต้องคอยเคลือบผนังด้วยน้ำยาเป็นประจำเพื่อความสวยงาม
-ต้องคอยควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน เนื่องจากบ้านสไตล์ลอฟท์เน้นความโปร่ง โล่ง และปล่อยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้จากทุกทิศทาง ดังนั้นในหน้าร้อนเราอาจควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านได้ยาก
-ควบคุมเรื่องเสียง เนื่องจากบ้านสไตล์ลอฟท์มักไม่ค่อยมีการกั้นห้องอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากในการควบคุมเรื่องเสียงที่อาจมาจากห้องต่างๆ ภายในบริเวณบ้าน

สไตล์ลอฟท์นี้เป็นอย่างไร

 และหากจะ ย้อนกลับไปกันจริง ๆ แล้วสไตล์ลอฟท์ นี้เริ่มมาจากยุคหลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 โน่นเลยทีเดียว เพราะในความสงครามทำ ให้เศรษฐกิจช่วงนั้นตกต่ำ โรงงาน หลายแห่งต้องปิดตัวลง แต่คนก็ต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ก็เลยมีการดัดแปลงให้โรงงานที่ปิดตัวเหล่านั้นให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยแทน บ้างก็นำพวกเศษวัสดุจากโรงงานมาตกแต่งให้เกิดความสวยงามขึ้น นี่ก็เลยเป็นที่มาของสไตล์แบบใหม่หรือสไตล์ “ลอฟท์” นั่นเองแหละจ้า

ซึ่งเจ้าสไตล์ลอฟท์นี้ก็ได้มีการดัดแปลงและปรับประยุกต์ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน รวมไปถึงสถานที่ทุกแห่งก็สามารถเป็นสไตล์ลอฟท์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรืออาจพูดได้ว่าการตกแต่งสไตล์ลอฟท์กลายเป็นเอกลักษณ์และจุดดึงดูดลูกค้าอย่างหนึ่งไปแล้วในปัจจุบัน

          แต่ก็ไม่วายว่าหลายคนมัก จะเข้าใจผิด คิดว่าบ้านน็อคดาวน์ ในปัจจุบันก็คือบ้านสไตล์ลอฟท์ ช้าก่อน!!! จะบอกว่าบ้านทั้งสองแบบนี้ไม่ใช่ แบบเดียวกันนะจ๊ะ สำหรับบ้านน็อคดาวน์ก็เป็น รูปแบบการสร้างบ้าน แบบสำเร็จรูป โดยการสร้างบ้านลักษณะนี้ จะไม่มีเสาหรือคานในการรับน้ำหนัก แต่เลือกใช้ผนังเป็นตัวยึด โครงสร้างแทน

ทำให้สามารถ ถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกได้ เมื่อต้องถูก เคลื่อนย้าย ส่วนใหญ่จะใช้ โครงเหล็กเป็นหลัก บ้านน็อคดาวน์สามารถเป็นได้ทั้ง บ้านพักอาศัย บ้านพักใน สวนหลังบ้าน หรือแม้แต่โรงงาน อุตสาหกรรม ใช้เวลาในการก่อสร้างไม่นานเมื่อเทียบกับ บ้านโครงสร้าง คอนกรีต เสริมเหล็กทั่วไป (ค.ส.ล.) อีกทั้งยังสามารถ เคลื่อนย้ายได้ อย่างสะดวก เพราะมีโครงการที่ แข็งแรงทนทานสูงใน ขณะที่ตัวบ้านมี น้ำหนักเบา

บ้านสไตล์ลอฟท์

          ซึ่ง แบบบ้านน็อคดาวน์ ในปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น กันทั้งชั้นเดียวและสองชั้น ในสไตล์ต่าง ๆ มีทั้งแบบโมเดิร์น เรือนไทย หรือแนวรีสอร์ท ซึ่งบางทีการออกแบบบ้านอาจจะมีการผสมผสานความเป็นลอฟท์เข้าไปด้วย จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่านั่นคือ บ้านลอฟท์ สรุปว่าความแตกต่างของบ้านทั้งสองประเภทนี้คือโครงสร้างและกระบวนการก่อสร้างนั่นเอง

เอกลักษณ์ของสไตล์ลอฟท์นั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้มีแค่ผนังปูนเปลือยขัดมันเพียงอย่างเดียวนะ จริงอยู่ที่เจ้าผนังปูนเปลือยขัดมันอาจเป็นหนึ่งคาแรคเตอร์หลักในการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ที่หลายคนนึกถึง แต่อย่างที่บอกไปไปเมื่อตอนต้นว่าลอฟท์คือพื้นที่ที่อยู่ในโรงงาน ดังนั้นวัสดุที่ใช้จึงมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น อิฐ หิน เหล็ก และไม้ 

ซึ่งหลายคนคงอยากจะรู้แนวทางว่าจะเลือกใช้วัสดุเหล่านี้อย่างไรกับการออกแบบและตกแต่งบ้านให้มีความลงตัว โดยเราจะลองมาทำความเข้าใจกับรูปแบบของลอฟท์ แบบ  Modern Design และ Contemporary Design ไว้เป็นแนวทางในการตกแต่งบ้านลอฟท์ของคุณอย่างมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

ลักษณะของ บ้านลอฟท์ ต้องเป็นอย่างไร

          มาต่อกันถึงลักษณะ ของความเป็นบ้านลอฟท์ดีกว่า เอาแบบเน้น ๆ ไม่อ้อมค้อม สำหรับบ้านสไตล์ลอฟท์หรือบ้านปูนเปลือยนั้น โครงสร้างของตึก จะเน้นวัสดุเหล็ก ปูน อิฐ หากไม่มีการกรุผนังเพื่อความปกปิดผิว เราจะเห็นส่วนโครงสร้าง ทั้งเสา คาน การเดินท่อต่าง ๆ อย่างชัดเจน หลักการง่าย ๆ ของลอฟท์ก็คือการนำเอาโครงสร้างที่ดูแข็ง ๆ มาปรับเปลี่ยนให้เกิดความสวยงาม หรือทำให้พื้นที่ รกร้างกลายเป็นพื้น ที่น่าอยู่ หรือทำให้เกิดสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ขึ้นมาอันนี้แหละเรียกว่า ลอฟท์

          สำหรับคนที่อยากจะ แต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ ซึ่งบ้านลอฟท์ ในปัจจุบัน การตกแต่งต่าง ๆ สามารถทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น และไม่จำเป็น ต้องหาโกดังเก่า ตึกร้างเอา มาสร้างเป็นที่ อยู่อาศัยอะไร ขนาดนั้น แต่สามารถหยิบจับเอกลักษณ์รูปแบบ ของสถาปัตยกรรม เหล่านี้มาประยุกต์ ใช้ได้กับทุกสมัย ซึ่งสไตล์ลอฟท์ ในยุคปัจจุบัน อย่างที่บอกว่าไม่ได้แค่เป็นที่นิยมใน กลุ่มร้านกาแฟ รีสอร์ท โรงแรมเท่านั้น แต่ยังเอามาใช้ กับ การตกแต่งบ้านอย่าง แพร่หลายอีกด้วย

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง แบบบ้านโมเดิร์น เรียบง่าย นับว่าเป็นแบบอย่างบ้านที่มีการดีไซน์เรียบง่าย คุณลักษณะเด่นเลยเป็นการมีทรงที่เป็นเอกลักษณ์ มีการย้ำผลดีใช้สอย แถมยังราคาแพงที่ไม่สูงกระทั่งเหลือเกิน แม้กระนั้นถึงยังไงถ้าหากปรารถนาบ้านสไตล์โมเดิร์น อย่าลืมเลือกบ้านที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ แล้วก็พื้นที่การปลูกสร้าง เพื่อไม่ให้กำเนิดปัญหาด้านบ้านคราวหลัง เพื่อบ้านน่าอยู่ กำเนิดความซาบซึ้งต่อผู้พบเจอ

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง

แบบบ้านโมเดิร์น เรียบง่าย

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง

 บรรเทาด้วยระเบียงบ้านบ้านชั้นเดี่ยวสีขาว 70 ตารางเมตร 

แต่งสบาย แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ชั้นเดี่ยวสีขาว บ้านข้างหลังเล็กขนาดพื้นที่ใช้สอยข้างในโดยประมาณ 70 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวชะอุ่ม ทำให้บ้านล้ำยุคมองไม่แล้ง กลับให้ความรู้ความเข้าใจสึกสะดุดตาอย่างแจ่มใส หน้าบ้านย้ำการเปิดกว้าง ทำเป็นระเบียงไว้นั่งพักผ่อน พื้นที่กิจกรรมงานเลี้ยงกับครอบครัวในวันหยุด ด้านในตกแต่งอย่างเรียบง่าย ปูพื้นด้วยกระเบื้องมึงรนิโต ฝาผนัง เพดาน แล้วก็สีของบ้าน บ้านนอร์ดิก

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง

จะเน้นย้ำใช้โทนสีขาวเป็นหลัก เพื่อบ้านมองกว้าง สว่าง เครื่องเรือนไม้ เติมแต่งความอบอุ่นให้กับด้านใน ประตูหน้าต่างกระจก เพิ่มความแจ่มใสเตียนสบาย สำหรับบ้านข้างหลังนี้ งบประมาณสร้างไม่รวมตกแต่ง เริ่มที่ 9 แสนบาทพื้นที่ขนาดเล็กเปิดโปร่งให้กว้างใหญ่บ้านนอร์ดิก ใช้ประตูกระจกเป็นตัวรับแสงสว่างแล้วก็รับลม ทั้งปฏิบัติภารกิจเชื่อมโยงพื้นที่ที่โล่งแจ้งไปสู่พื้นที่ในบ้าน มุมนั่งพักผ่อนน้อยๆก็เลยเปลี่ยนเป็นมุมชื่นชอบได้อย่างง่ายๆ การจัดสรรพื้นที่ด้านในแบบ Open Plan มุมนั่งพักผ่อน ห้องทานอาหาร แล้วก็ครัว เชื่อมต่อกันไม่มีฝาผนังมากีดขวาง 

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง

ทำให้บ้านมองโล่งกว้างมากยิ่งกว่าเดิมโต๊ะทานอาหารอยู่ตรงกันข้ามกับมุมนั่งพักผ่อน โต๊ะไม้ธรรมชาติทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำตาลอ่อน วางคู่กับเก้าอี้พนักอิงสีขาวมองสะอาดหมดจดสบายตา เหมาะสมกับนั่งกินอาหารพร้อมหน้ากัน หน้าต่างกระจกบานใหญ่รอรับแสงสว่างธรรมชาติตลอดวัน แสงไฟก็เลยเกินกว่าพอเพียงบ้านจัดสรร

 ครัวแอบเข้าไปข้างในบ้านอีกนิด บิวท์อินเคาน์เตอร์ ตู้เก็บวัสดุอุปกรณ์สิ่งของไว้อย่างมีความเรียบร้อย มีประตูเปิดออกไปยังข้างหลังบ้าน ไม่ยุ่งยากต่อการชำระล้างแล้วก็ทิ้งขยะในบ้านข้างหลังนี้มีทั้งผอง 2 ห้องนอน 2 ห้องสุขา ห้องนอนรวมมีสุขาในตัว ส่วนห้องนอนเล็กใช้ห้องด้วยกันกับสุขาแขก การจัดแผนผังแบบเรียบง่ายแม้กระนั้นใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ทำให้บ้านข้างหลังเล็กผิดจำกัดด้วยขนาด กลับได้ฟังก์ชั่นที่ดี ที่สบายมาชดเชยบ้านนอร์ดิก

ดีไซน์บ้านชั้นเดี่ยว โปร่งสบาย สนิทสนมสนาม

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว มีระเบียง


ถ้าหากพิเคราะห์ตามลักษณะเด่น จุดอ่อน บ้านชั้นเดี่ยวยังคงนับเป็นลำดับต้นๆที่ตอบปัญหากับการใช้แรงงานของคนทุกรุ่น ทุกวัย สอดคล้องกับสภาพร่างกายตั้งแต่วัยเด็กที่ปรารถนาความปลอดภัยเป็นพิเศษ วัยผู้ใหญ่ที่อยากความลื่นไถลไหลคล่องแคล่ว และก็วัยคนวัยแก่ที่เรี่ยวแรงน้อยลง จะเดินขึ้นบันไดสูงๆก็ตรากตรำ ทั้งยังเป็นแบบบ้านที่ทุกห้องสามารถจัดฟังก์ชันให้สนิทสนมกับธรรมชาติหรือสวนนอกบ้านได้ง่าย แม้ว่าจะมีข้อเสียตรงที่อากาศข้างในจะร้อนกว่าบ้านหลายชั้น แม้กระนั้นก็สามารถปรับแต่งได้ด้วยแนวทางแล้วก็ของใหม่ต่างๆ

ได้อย่างง่ายๆเลยเหมือนกันกับบ้านข้างหลังนี้ เดิมที่ผลิตขึ้นหลายสิบปีตั้งแต่สมัยการสู้รบ เมื่อผู้ครอบครองตอนนี้ได้มาถือครองก็เลยคิดที่จะแก้ไขเปลี่ยนใหม่ ให้สอดคล้องกับทั้งยังไลฟ์สไตล์แล้วก็สิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันกับสมัยก่อน ข้อดีของบ้านเป็นการมีที่ดินข้างหลังหลงเหลืออยู่ค่อนข้างจะกว้าง และก็หันไปยังทิศเหนือที่สามารถพักได้สบายทั้งวัน ก็เลยเกิดแนวคิดที่จะเพิ่มเติมบ้านให้ยื่นออกไปข้างหลัง 

แบบบ้านโมเดิร์น เรียบง่าย

เพื่อใช้เป็นหลักที่ใช้สอยของครอบครัวตึกชั้นเดี่ยวแบ่งได้เป็น 2 ส่วนร่วมกัน ส่วนแรกเป็นบ้านข้างหลังเดิมที่เอามาปรับโฉมรวมทั้งปรับแก้ด้านในใหม่ ตัวบ้านในส่วนนี้จะยกพื้นสูงยิ่งกว่าพื้นดินน้อย ถูกใช้งานเป็นหลักที่ส่วนรวมของครอบครัว ห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ครัว รวมทั้งห้องนอนอีกทั้ง 3 ห้องส่วนที่ 2 เป็นตึกสำนักงานเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ยื่นยาวออกมายังข้างหลังบ้าน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ทำให้บ้านมีฟอร์มเหมือนรูปตัว Lโครงการบ้าน ภูเก็ต

 ส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาคราวหลัง มิได้กระทำยกพื้นเสมือนโซนข้างหลัง ความไม่เหมือนของระดับท้องถิ่นก็เลยเป็นเสมือนตัวช่วยสำหรับการจัดแบ่งแบ่งส่วนพื้นที่ให้ชัดแจ้งมากขึ้นเป้าประสงค์หลักสำหรับในการเพิ่มเติม เพื่อทำห้องสตูดิโอส่วนตัวซึ่งสามารถนั่งปฏิบัติงานได้ รองรับแขกสนิทได้ รวมทั้งเป็นห้องนันทนาการของครอบครัว ความพิเศษอยู่ที่อุปกรณ์โปร่งแสงที่ประยุกต์ใช้ทำฝาผนัง ทำให้มีการเกิดเป็นเงา บ้านนอร์ดิก

แบบบ้านโมเดิร์น เรียบง่าย

ซึ่งนอกเหนือจากที่จะทำให้บ้านมองสดใสแล้ว ยังช่วยเชื่อมโยงธรรมชาติให้เข้ามามีหน้าที่ด้านในภายเยอะขึ้นเรื่อยๆอีกด้วยไม่เพียงแค่อุปกรณ์ยุคใหม่เพียงแค่นั้น ยังคงใช้งานไม้มาแซมในเล็กน้อย ดังเช่นเป็นเค้าเรื่องฝาผนังบ้านตรงรอบๆทางเดิม สันไม้ที่หันเรียงกัน กำเนิดเป็นมิติรวมทั้งรอสร้างบรรยากาศให้มีความอบอุ่นอยู่เป็นประจำเพื่อตัวบ้านสนิทสนมกับสวนหลังบ้านอย่างที่ตั้งจิตใจไว้ ก็เลยวางแบบให้มีระเบียงเล็กๆซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งวัน 

เนื่องมาจากมีหลังคาปกคลุม กันได้อีกทั้งแสงอาทิตย์รวมทั้งฝน แปลนบ้านจัดสรรปูพื้นด้วยไม้สีน้ำตาลเข้มตัดกับราวกันตกไม้สีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง วางชุดโต๊ะเก้าอี้แล้วก็ม้านั่ง นั่งกินอาหารในมื้อชิลๆได้อย่างสะดวก เพราะเหตุว่าเชื่อมต่อออกมาจากครัวเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเพียงแค่นั้นมีการผสมอุปกรณ์ใหม่ๆกับสิ่งของธรรมชาติได้อย่างสมดุล ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่พิเศษ ช่วยเปิดมุมมองจากในห้องสตูดิโอให้แลเห็นทิวทัศน์อันงดงามของสนามสีเขียวตลอดระยะเวลา